Aw Special Scoop พญ เพ็ญประไพ

จุลินทรีย์ในลำไส้ GUT Microbiome รากฐานสำคัญของสุขภาพ

สิวอักเสบที่เป็นซ้ำ ๆ แม้จะดูแลเป็นอย่างดีแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่หวัง แท้จริงแล้ว สัญญาณเหล่านี้ อาจมีความเชื่อมโยงกับ “จุลินทรีย์ในลำไส้” สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำนวนนับล้าน ๆ ตัวที่ทำงานเงียบ ๆ แต่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพ ภูมิคุ้มกัน และความสมดุลของร่างกาย

แชร์

จุลินทรีย์ในลำไส้ ใครว่าไม่สำคัญ  รู้จัก GUT Microbiome รากฐานสำคัญของสุขภาพ 

สิวอักเสบที่เป็นซ้ำ ๆ แม้จะดูแลเป็นอย่างดีแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่หวัง แท้จริงแล้ว สัญญาณเหล่านี้ อาจมีความเชื่อมโยงกับ “จุลินทรีย์ในลำไส้” สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำนวนนับล้าน ๆ ตัวที่ทำงานเงียบ ๆ แต่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพ ภูมิคุ้มกัน และความสมดุลของร่างกาย

ในบทความพิเศษนี้ พญ.เพ็ญประไพ หงษ์ศรีสุวรรณ์ แพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเมดพาร์ค จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ GUT Microbiome หรือ ระบบจุลินทรีย์ในลำไส้ ที่ทำหน้าที่เหมือน “ประตูเมือง” ของภูมิคุ้มกัน พร้อมชวนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้แบบเฉพาะบุคคล ทางเลือกในการดูแลสุขภาพได้ตรงจุดและยั่งยืนยิ่งขึ้น

 พญ.เพ็ญประไพ หงษ์ศรีสุวรรณ์

GUT Microbiome คืออะไร ทำไมจุลินทรีย์ในลำไส้จึงมีผลต่อทั้งร่างกาย

GUT Microbiome หรือจุลินทรีย์ในลำไส้ คือ กลุ่มจุลินทรีย์นับล้านล้านตัวที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของมนุษย์ทุกคน โดยมีทั้งชนิดดี และชนิดที่อาจก่อปัญหา ทำงานร่วมกันเป็นระบบนิเวศเฉพาะบุคคล มีบทบาทสำคัญเกือบทุกระบบของร่างกาย เรียกได้ว่า ลำไส้ไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูดซึมสารอาหาร แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อภูมิคุ้มกัน การขับถ่าย รวมไปถึงอารมณ์ และความรู้สึก 

พญ.เพ็ญประไพ อธิบายถึงลักษณะเฉพาะของไมโครไบโอมในลำไส้ของมนุษย์ว่า “จุลินทรีย์ในลำไส้ของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย บางคนมีชนิดที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ดี บางคนอาจมีชนิดที่กระตุ้นการอักเสบมากกว่า ความแตกต่างนี้เริ่มตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต และค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามการรับประทานอาหาร การใช้ยา ความเจ็บป่วย รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต และสิ่งแวดล้อมรอบตัวตั้งแต่วัยเด็ก”

ลำไส้ ประตูบานแรกของระบบภูมิคุ้มกัน

พญ.เพ็ญประไพ อธิบายถึงความสำคัญของลำไส้ว่า “ทางเดินอาหารเป็นด่านแรกที่ร่างกายต้องรับมือกับสิ่งจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ยา เชื้อโรค หรือสารพิษ จึงมีเซลล์ภูมิคุ้มกันจำนวนมากกระจายอยู่ตลอดแนวลำไส้ โดยมีจุลินทรีย์ในลำไส้ทำหน้าที่ช่วยคัดกรอง เลือกดูดซึมสิ่งที่เป็นประโยชน์ และลดการกระตุ้นการอักเสบที่ไม่จำเป็น”

ในช่วงที่จุลินทรีย์ในลำไส้มีความสมดุล ปราการด่านแรกของร่างกายจะทำงานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ แต่ทันทีที่ไมโครไบโอมในลำไส้ถูกรบกวนจนขาดความสมดุล อาจนำไปสู่ ภาวะภูมิไวเกิน (Hypersensitivity) ซึ่งเป็นการที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น (Antigen) ไวกว่าปกติ จนก่อให้เกิดอาการอักเสบ ภูมิแพ้ หรือสิวเรื้อรัง

1

ลำไส้ คือ สมองที่ 2 ของร่างกาย

คุณหมอเพ็ญประไพ ยังอธิบายถึงอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของลำไส้ “ลำไส้ยังถูกเรียกว่าเป็น สมองที่ 2 (Second Brain) ของร่างกาย เนื่องจากมีระบบประสาทของตัวเอง และสื่อสารกับสมองโดยตรงผ่านเส้นประสาทเวกัส (Vagus Nerve) โดยจุลินทรีย์ในลำไส้มีส่วนช่วยสร้างสารตั้งต้นของสารสื่อประสาท อย่าง ซีโรโทนิน และโดปามีน เมื่อเกิดความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ จึงสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงการผลิตสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความรู้สึก รวมถึงสุขภาพโดยรวมของระบบประสาทและสมอง”

ความสมดุลของไมโครไบโอมในลำไส้ ยังช่วยลดสารอักเสบ ซึ่งสัมพันธ์กับคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น และลดภาวะสมองล้า (Brain Fog) ที่ทำให้สมาธิสั้น หรือสมองตื้อได้ดีขึ้น

เช็กสัญญาณเตือน ‘จุลินทรีย์ในลำไส้’ เมื่อ GUT Microbiome เสียสมดุล

ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ (Dysbiosis) มีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของร่างกายในระบบต่าง ๆ เช่น การขับถ่าย การย่อยอาหาร และเชื่อมโยงกับภาวะเสี่ยงของโรค เช่น ภูมิคุ้มกันลดลง  การอักเสบเรื้อรัง การเผาผลาญน้ำตาล รวมทั้งยังมีความสัมพันธ์กับระบบประสาทและสมอง เช่น การนอนหลับ ความเครียด และความคงที่ของอารมณ์ 

“เมื่อจุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุล ร่างกายอาจเกิดการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำสะสม ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันทำงานไวเกินไป จนกระทบต่อระบบอื่น ๆ ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือนอนหลับได้ไม่เต็มที่” พญ.เพ็ญประไพ อธิบายเพิ่มเติม

หากมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สมากผิดปกติ ท้องผูก หรือท้องเสียสลับกันบ่อย ๆ รวมถึงแพ้อาหารง่ายขึ้น มีผื่นผิวหนัง สิวอักเสบ หรือภูมิแพ้ที่เป็นซ้ำ ๆ อาการเล็ก ๆ เหล่านี้คือสัญญาณที่ร่างกายกำลังแจ้งเตือนให้ทราบว่า ประสิทธิภาพการทำงานของลำไส้ลดลง และความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้กำลังถูกรบกวนอยู่

The Gut Microbiome

การดูแลสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ เริ่มต้นได้ด้วยตัวเอง

ก้าวแรกของการดูแลสุขภาพลำไส้ สามารถเริ่มต้นได้ด้วยตนเอง ด้วยการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น

  • รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี
  • ดื่มน้ำสะอาด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ 
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

คุณหมอยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะเข้าไปรบกวนประสิทธิภาพการทำงานของไมโครไบโอมในลำไส้ เช่น

  • ลดการรับประทานอาหารเนื้อแดง น้ำตาล อาหารแปรรูป อาหารที่ใส่สารกันบูด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น หรือไม่มีข้อบ่งชี้ชัดเจน 
  • ลดความเครียด และหลีกเลี่ยงการนอนดึก

ซื้อโพรไบโอติกกินเอง อาจไม่ใช่คำตอบของทุกคน 

แม้ว่าในปัจจุบัน หลายคนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพลำไส้กันมากขึ้นด้วยการซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโพรไบโอติก มารับประทานเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิธีนี้อาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเสมอไป เพราะในร่างกายของเราประกอบด้วยไมโครไบโอมหลายสายพันธุ์ รวมทั้งยังมีชนิดและปริมาณของจุลินทรีย์ที่ขาดไปไม่เหมือนกัน 

พญ.เพ็ญประไพ ให้คำแนะนำในเรื่องนี้ว่า “การซื้อโพรไบโอติกมารับประทานเองอาจไม่ได้ผลดีเสมอไป เนื่องจากอาจไม่ตรงกับชนิดของจุลินทรีย์ที่ขาด หรือในบางครั้งอาการผิดปกติที่เป็นอยู่ อาจไม่ได้เกิดจากภาวะเสียสมดุลในลำไส้ การเสริมโพรไบโอติกโดยขาดข้อมูลที่ถูกต้อง อาจทำให้อาการไม่ดีขึ้นหรืออาจแย่ลง”

ก่อนจะเสริมหรือปรับสมดุลจุลินทรีย์ใด ๆ จึงควรต้องทำความเข้าใจสมดุลลำไส้ของตัวเองให้แน่ชัดก่อน เพราะจุลินทรีย์ในลำไส้ของแต่ละคนมีความแตกต่างกันมาก การเข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร และตรวจความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ จะช่วยให้ได้ผลวิเคราะห์ที่แม่นยำ และนำไปใช้พิจารณาเสริมชนิดของโพรไบโอติกได้เหมาะกับความต้องการของลำไส้ได้ดียิ่งขึ้น

Dr Penprapai Hongsrisuwan

การตรวจ GUT Microbiome เฉพาะบุคคล มีประโยชน์อย่างไร

การตรวจความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ เป็นการช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ผลลัพธ์จากการตรวจเฉพาะบุคคล สามารถบอกแนวโน้มต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • ชนิดของจุลินทรีย์สุขภาพที่ขาดแคลน หรือเสียสมดุล
  • ระบุรูปแบบความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับปัจจัยการเกิดโรคบางกลุ่ม
  • แนะนำชนิดและสายพันธุ์ของจุลินทรีย์สุขภาพที่เหมาะสมกับลำไส้เฉพาะบุคคล

พญ.เพ็ญประไพ อธิบายประโยชน์ของ Gut Microbiome Testing เพิ่มเติมว่า “เนื่องจากจุลินทรีย์ในลำไส้ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แม้มีอาการผิดปกติคล้ายกัน แต่อาจมีสาเหตุจากสมดุลจุลินทรีย์ที่ต่างกัน การตรวจอย่างละเอียดจึงช่วยให้แพทย์สามารถให้คำแนะนำเรื่องการเลือกอาหาร การปรับพฤติกรรม หรือการเสริมชนิดของจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่ขาดไปได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด”

นอกจากนี้ ผลตรวจยังช่วยให้เห็นสัญญาณความเสี่ยงของการเจ็บป่วยในอนาคต เช่น อาการภูมิแพ้ ภาวะท้องผูกเรื้อรัง หรือปัญหาด้านการเผาผลาญ จะเห็นได้ว่า การตรวจ GUT Microbiome ไม่ใช่แค่การดูแลเพื่อบรรเทาอาการระยะสั้น แต่เป็นการวางแผนสุขภาพจากรากฐาน เพื่อให้ลำไส้และร่างกายกลับมาทำงานอย่างสมดุลในระยะยาว

หมอทางเดินอาหาร เมดพาร์ค ชำนาญการดูแลสุขภาพลำไส้เฉพาะบุคคล

การตรวจ GUT Microbiome ที่โรงพยาบาลเมดพาร์ค ไม่ได้จบอยู่แค่การส่งผลตรวจสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ แต่แพทย์จะวิเคราะห์รายละเอียดแบบเจาะลึกเพื่อนำผลตรวจไปใช้ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งการตรวจจะดำเนินการภายใต้การดูแลของทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ ตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีการตรวจ q-PCR  (Quantitative Polymerase Chain Reaction) ที่ความจำเพาะและแม่นยำ ช่วยวิเคราะห์ชนิดและปริมาณของจุลินทรีย์ในลำไส้ได้อย่างละเอียด 

พญ.เพ็ญประไพ กล่าวว่า “การตรวจที่แม่นยำจะช่วยให้แพทย์สามารถเชื่อมโยงผลตรวจเข้ากับอาการ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในแต่ละวัน เพื่อนำมาปรับเป็นคำแนะนำการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน”

นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการตรวจจะได้รับรายงานผลตรวจในรูปเล่ม ออกแบบให้เข้าใจง่าย มีกราฟแสดงการเปรียบเทียบผลตรวจกับค่ามาตรฐาน เพื่อให้เห็นดัชนีความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้แต่ละกลุ่มได้ชัดเจนขึ้น โดยแพทย์จะอธิบายผลวิเคราะห์ทุกตัวอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้เข้ารับการตรวจเข้าใจภาพรวมของไมโครไบโอมในลำไส้ และนำไปปรับใช้เป็นแนวทางดูแลตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เริ่มต้นดูแลลำไส้วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

คุณหมอเพ็ญประไพ ฝากทิ้งท้ายว่า “อาการเล็ก ๆ น้อย ๆ หลายอย่างที่รบกวนคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน อาจไม่ได้เกิดจากโรครุนแรง แต่อาจเป็นผลจากความไม่สมดุลของลำไส้ที่ค่อย ๆ สะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งสามารถค่อย ๆ ปรับให้ดีขึ้นได้ด้วยการรู้จักร่างกายของตัวเองให้มากพอ”

เพราะการทำความเข้าใจ GUT Microbiome ของตัวเองอย่างลึกซึ้งนั้น คือ จุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพจากรากฐาน และช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

บทความโดย

เผยแพร่เมื่อ: 24 มี.ค. 2026

แชร์