เลือกหัวข้อที่อ่าน
- วัคซีนเด็กมีอะไรบ้าง
- ตารางการฉีดวัคซีนเด็ก 2569
- วัคซีนเด็ก มีผลข้างเคียงอย่างไร
- การเตรียมตัวลูกให้พร้อม ก่อนและหลังฉีดวัคซีนเด็ก
- วัคซีนเด็ก MedPark
- ทำอย่างไร หากลูกไม่ได้ฉีดวัคซีนตามกำหนด
วัคซีนเด็ก (Childhood Vaccines)
วัคซีนเด็ก (Childhood vaccines) คือ วัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องได้รับ เพื่อป้องกันโรคที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต เช่น วัคซีนตับอักเสบบี วัคซีนวัณโรค วัคซีนโปลิโอ หรือวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน และวัคซีนเสริมป้องกันโรค เช่น วัคซีนโรต้า วัคซีนอีสุกอีใส และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ การให้เด็กได้รับวัคซีนพื้นฐานครบตามกำหนดทุกช่วงอายุ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็ก และป้องกันความเสี่ยงโรคติดเชื้อรุนแรงที่อาจถึงขั้นทำให้พิการ หรือเสียชีวิตได้
ทำไมต้องฉีดวัคซีนเด็ก
ในทารกแรกเกิดจนถึง 1 ขวบ ภูมิคุ้มกันร่างกายยังไม่แข็งแรงพอ การฉีดวัคซีนเด็ก เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคร้ายที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต โดยการนำเชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ลง เชื้อโรคที่ตายแล้ว หรือส่วนย่อยของเชื้อโรค ฉีดเข้าสู่ร่างกายเด็ก เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคร้ายเหล่านั้น ซึ่งในอนาคต หากเด็กเข้าไปสัมผัสกับกลุ่มเชื้อโรคนั้นจริง ร่างกายก็จะจดจำได้ และสามารถต่อสู้ กำจัดเชื้อโรคเหล่านั้นออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

วัคซีนเด็กมีอะไรบ้าง
วัคซีนเด็กแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนพื้นฐาน และวัคซีนเสริม ดังนี้
1. วัคซีนพื้นฐาน (วัคซีนจำเป็น) เป็นวัคซีนหลักที่เด็กทุกคนต้องได้รับตั้งแต่แรกเกิดเพื่อเสริมสร้างและป้องกันโรคที่สำคัญและเป็นปัญหาภายในประเทศ ตามแผนการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้แก่
- วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG)
- วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HB)
- วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี ฮิบ (DTP-HB-Hib)
- วัคซีนป้องกันโปลิโอ (OPV)
- วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR)
- วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี (JE)
- วัคซีนป้องกันบาดทะยัก คอตีบ (dT) สำหรับนักเรียนชั้น ป. 5 ป. 6
- วัคซีนป้องกันเอชพีวี (HPV) สำหรับนักเรียนหญิงชั้น ป. 5
2. วัคซีนเสริม เป็นวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ฉีดเพิ่มเติมเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อพบบ่อย ได้แก่
- วัคซีนนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (PCV)
- วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้า
- วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ฉีดในเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป
- วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ฉีดในเด็กอายุ 12-18 เดือน และอาจฉีดกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 4-6 ปี
- วัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก (EV71)
- วัคซีนเอชพีวี แนะนำให้ฉีดทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย (HPV) อายุ 9-26 ปี
- วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)
- วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นซีโรกรุ๊ปบี (Men B)
- วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ ฉีดในเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป โดยฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน
- ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปป้องกันอาร์เอสวีชนิดรุนแรง

ตารางการให้วัคซีนเด็ก 2569
อายุ |
วัคซีนที่ต้องได้รับ |
คำแนะนำการรับวัคซีน |
| แรกเกิด |
|
|
| 1 เดือน |
|
|
| 2 เดือน |
|
|
| 4 เดือน |
|
|
| 6 เดือน |
|
|
| 9-12 เดือน |
|
|
| 1 ปี 6 เดือน |
|
|
| 2 ปี 6 เดือน |
|
|
| 4 ปี |
|
|
| นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1* |
|
|
| นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (นักเรียนหญิง) |
|
|
| นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 |
|

วัคซีนเด็ก มีผลข้างเคียงอย่างไร
ผลข้างเคียงทั่วไปจากวัคซีนเด็ก เช่น ปวดบวม แดงตรงบริเวณที่ฉีด และอาจมีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย และมีผื่นขึ้น โดยปกติ อาการมักหายได้เองภายใน 1-2 วัน ผลข้างเคียงรุนแรงจากวัคซีนเด็ก ซึ่งพบได้น้อยมาก เช่น มีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส หายใจลำบาก บวมแดงรุนแรง หรือผื่นลามทั่วตัว ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาลดไข้ เช็ดตัว และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยทั่วไป วัคซีนเด็ก ถือว่ามีความปลอดภัยสูง และมีประโยชน์ในการป้องกันโรคร้ายแรงมากกว่าความเสี่ยงจากผลข้างเคียง
การเตรียมตัวลูกน้อยให้พร้อม ก่อนและหลังฉีดวัคซีนเด็ก
การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีนเด็ก
- ตรวจสอบตารางการฉีดวัคซีนพื้นฐานตามอายุของลูก และทำนัดฉีดวัคซีนกับทาง รพ. ที่มีวัคซีนไว้คอยบริการ
- คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง สามารถทำนัดปรึกษาแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนเสริมที่เหมาะสมกับลูกเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
- เตรียมสมุดบันทึกประวัติการฉีดวัคซีนเด็กให้พร้อม รวมถึงประวัติทางการแพทย์ เช่น ประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว
- ให้ลูกพักผ่อนให้เพียงพอ หากลูกมีไข้สูง ท้องเสีย หรือไม่สบายด้วยโรคอื่น ๆ ให้เลื่อนวันนัดฉีดวัคซีนออกไปก่อน
- หลังฉีดวัคซีน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทาง รพ. ได้ลงบันทึกประวัติการฉีดวัคซีนลงในสมุดวัคซีน หรือระบบดิจิทัลแล้ว
การดูแลหลังฉีดวัคซีนเด็ก
- เฝ้าระวัง สังเกตอาการลูกหลังฉีดวัคซีน 30 นาทีที่ รพ. หากลูกมีอาการแพ้ยา เช่น มีผื่นขึ้น หรือหายใจลำบาก
- หากลูกมีอาการ ปวด บวม แดงตรงจุดเข็มเจาะ ให้ประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการ
- หากลูกมีอาการอ่อนเพลีย ให้ทานอาหารอ่อน ดื่มน้ำ และนอนหลับพักผ่อน งดพาลูกไปทำกิจกรรมหนักหลังฉีดวัคซีน
- สังเกตอาการ หากลูกมีไข้ ให้ทานยาลดไข้ตามแพทย์แนะนำ หากลูกมีไข้สูง ร้องไห้แจ อ่อนเพลียมาก ให้ไปพบแพทย์
- บันทึกประวัติการแพ้ยา ลักษณะอาการผลข้างเคียง และชนิดของวัคซีนที่ฉีดลงในสมุดวัคซีนลูกเสมอ

วัคซีนเด็ก MedPark
ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลเมดพาร์ค กรุงเทพ ให้บริการฉีดวัคซีนเด็กทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-20.00 น. ทั้งวัคซีนพื้นฐาน เช่น วัคซีนป้องกันตับอักเสบบี วัคซีนป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน วัคซีนป้องกันโปลิโอ และอื่น ๆ ครอบคลุมตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุ 12 ปี ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข และวัคซีนเสริมป้องกันโรค เช่น วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้า วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส หรือวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานมาเข้ารับการฉีดวัคซีนตามตารางการฉีด ทุกช่วงอายุ หรือขอเข้ารับคำปรึกษาจากกุมารแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับบุตรหลานของท่านให้ได้มากที่สุด การรับวัคซีนครบตามกำหนด จะช่วยเป็นเกราะคุ้มครอง ป้องกันให้บุตรหลานของท่านปลอดภัยจากโรคร้าย และสามารถเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ แข็งแรง
คำถามที่พบบ่อย
1. ทำอย่างไร หากลูกไม่ได้ฉีดวัคซีนตามกำหนด
- ไม่ต้องตกใจ ให้พาลูก หลาน มาเข้ารับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลได้ทันที
- หากเลยวัดนัดหมาย ให้แจ้งโรงพยาบาลเพื่อทำนัดวันฉีดวัคซีนใหม่ โดยทั่วไป การเข้ารับวัคซีนมีความสะดวก รวดเร็ว ใช้เวลาไม่นาน และสามารถเข้ามารับการฉีดได้ทุกวัน
- สำหรับวัคซีนที่ต้องฉีดมากกว่า 1 เข็ม แล้วเลยวันนัดหมายในการฉีดเข็มถัดไป สามารถทำนัด หรือ walk in เข้าลูก หลาน มาฉีดที่วัคซีนที่โรงพยาบาลได้ทันที
- หากโรงพยาบาล หรือโรงเรียนตรวจพบเด็กที่ได้รับวัคซีนไม่ครบกำหนดทั้งจำนวนเข็ม หรือตามอายุ ให้แจ้งคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง เพื่อติดตามนำเด็กมาเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบกำหนดภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี และให้ทำนัดครั้งถัดไปได้ตามปกติจนกว่าจะครบเข็ม โดยให้เว้นระยะห่างระหว่างเข็ม ไม่น้อยกว่าที่กำหนด